บทความของ M-CAB
วัคซีนอย่างเดียวไม่อาจหยุดการแพร่ระบาดได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไม
วัคซีนอย่างเดียวไม่อาจหยุดการแพร่ระบาดได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไม
หลายคนหวังว่าวัคซีนจะช่วยให้เราคลายล็อกดาวน์ได้ไว ๆ ให้เรากลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิมได้ แต่นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ตอนนี้ การฉีดวัคซีนอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องอาศัยมาตรการอื่น ๆ ด้วย
ปัญหาคือ ไม่มีมาตรการใดมาตรการเดียวที่ป้องกันการระบาดของโควิด-19 ได้ผล 100% ซึ่งรวมถึงวัคซีนเองด้วย
ลองดูชีสสวิสซึ่งมีรูกระจายไปทั่ว ลองหั่นมันลงเป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ละชิ้นแทนมาตรการแต่ละอย่างที่เราใช้ป้องกันไวรัส ไม่มีชีสชิ้นไหนที่สมบูรณ์แบบ แต่ละชิ้นมีรู ซึ่งหมายถึงจุดอ่อน ที่สามารถปล่อยให้ไวรัสรอดผ่านไปได้ อย่างไรก็ดี ถ้ามีหลายชั้น โอกาสที่ไวรัสจะถูกสกัดไว้ได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น
วัคซีนถือเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการต่อสู้กับโควิด-19 วัคซีนบางตัวมีประสิทธิภาพมากกว่า 90% และสามารถช่วยไม่ให้คนล้มป่วยและตายได้ แต่ไม่มีวัคซีนตัวไหนมีประสิทธิภาพ 100% และยังมีโอกาสที่เราอาจจะยังติดเชื้ออยู่ และแพร่เชื้อได้ต่อแม้จะฉีดไปแล้วก็ตาม
การตรวจหาเชื้อในคนหมู่มากช่วยให้พบคนติดเชื้อที่อาจยังไม่รู้ตัว แต่วิธีการตรวจเชื้อแบบรู้ผลเร็วก็ไม่สมบูรณ์แบบและอาจมีผู้ติดเชื้อบางรายที่เล็ดลอดไป
ระบบติดตามจะช่วยในการแจ้งเตือนคนที่ไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อให้กักตัว แต่มาตรการนี้ต้องทำอย่างรวดเร็วและติดตามคนให้ได้ 80%-100% จึงจะมีประสิทธิภาพ
การกักตัว ประเทศส่วนใหญ่แนะนำให้คนที่สงสัยหรือรู้ตัวว่าติดเชื้อให้อยู่บ้าน และเลี่ยงพบปะคนอื่น บางประเทศบังคับให้คนที่เพิ่งเดินทางกักตัวด้วย แต่บางคนก็ไม่ได้ทำตามคำแนะนำนี้ หรือไม่สามารถทำได้
หน้ากากอนามัยสามารถกันละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัสจากการไอ จาม หรือการพูดคุยได้ แต่แม้แต่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็อาจจะมีไวรัสหลุดรอดได้ นอกจากนี้ ยังต้องใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง และใส่โดยคนจำนวนมากพอด้วย ถึงจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
การเว้นระยะห่างจากกัน 2 เมตร ช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อไวรัสได้ แต่เราก็ยังสามารถติดเชื้อได้แม้ว่าอยู่ห่างกันกว่านั้น อากาศบริสุทธิ์กลางแจ้งและแสงแดดช่วยฆ่าเชื้อไวรัสที่อยู่บนพื้นผิวได้ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงก็ไม่ได้หายไปทั้งหมด โอกาสติดเชื้อไวรัสมีสูงในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ยิ่งอากาศถ่ายเทดี จะยิ่งมีโอกาสเสี่ยงน้อยลง แต่ก็ยังมีโอกาสอยู่ดี
การรักษาความสะอาดสามารถช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสได้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะมีเชื้อลอยอยู่ในอากาศอยู่ดี
อย่างที่คุณเห็น ไม่มีชีสสวิสชิ้นไหนที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ 100% การใช้ชีสหลายชิ้นเท่านั้นจะช่วยให้เราป้องกันตัวเองและครอบครัวได้ดีที่สุด
นักไวรัสวิทยาออสเตรเลีย เอียน แมคเคย์ ซึ่งเป็นคนแรกที่ใช้วิธีการคิดแบบชีสสวิส บอกว่า ตามความเป็นจริงแล้ว รูของชีสจะเปิด ปิด เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามพฤติกรรมของคนเรา นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาและนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ บอกว่า แม้ในประเทศที่คนจำนวนมากได้รับวัคซีนแล้ว เรายังต้องใช้มาตรการอื่น ๆ ควบคู่กันไปเพื่อไม่ให้ไวรัสเล็ดลอดรูชีสไปได้
เครดิตเรื่องโดย มิเชล โรเบิร์ตส์ ผลิตโดย ลูซี รอดเจอร์ส ออกแบบโดย ฌอน วิลมอตต์ และพัฒนาโดย มาร์ตา มาร์ตี มาเควส และสตีเวน คอน